ลีลามี ตอน เมืองคุนหมิง ประเทศจีน (7พ.ค.59)

13 พ.ค. 2559     10,798


   ลีลามีวันนี้ จะพาท่านผู้ชมออกเดินทางจากเมืองต้าหลี่สู่เมืองคุนหมิง เมืองเอกและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของมณฑลยูนนาน เมืองที่ได้สมญานามว่านครแห่งฤดูใบไม้ผลิ เมืองที่มีธรรมชาติสวยงามและอากาศที่แสนจะเย็นสบายตลอดทั้งปี อีกทั้งยังเป็นเมืองที่รวมสิ่งดีดีไว้รอให้คุณผู้ชมได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศกับประเทศแผ่นดินใหญ่ไปพร้อมๆกันกับพวกเรา

 

  จากเจดีย์สามองค์มาไม่ไกล เราก็มาถึงบริเวณหน้าวัดฉงเซิ่ง วัดนี้มีเนื้อที่กว่า 12 ตารางกิโลเมตร ถือว่าเป็นวัดที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ โดยมีภูเขาชางซานตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง ตัดกับตัวสถาปัตยกรรมของวัดได้อย่างกลมกลืนและโดดเด่นสวยงามอย่างที่สุด 

  เมื่อผ่านประตูวัดเข้ามา ก็จะเห็นวิหารชั้นที่ 1 อยู่ไม่ไกล เราจะเห็นนักท่องเที่ยวอธิษฐานและก้าวเทากระโดดไปตามลายเมฆที่พื้นเหมือนเดินทางสู่สวรรค์ด้านบน

   ออกเดินทางจากเมืองต้าหลี่ระหว่างทางพวกเราได้แวะรับประทานอาหารพื้นเมืองของชาวเผ่าอี๋ ที่เมืองฉู่สง เพื่อรองท้องกันก่อนที่จะมุ่งหน้าลุยต่อไปที่คุนหมิง อาหารพื้นเมืองของชนเผ่าอี๋ ถือว่าหน้าตาดีพอๆกับรสชาติกันเลยทีเดียว แถมคนเมืองนี้ยังน่ารักมากๆอีกด้วย ต้อนรับพวกเราทั้งตอนมาไม่พอ แถมยังมาส่งพวกเราตอนกลับอีก เรียกว่านอกจากอิ่มท้องแล้ว ยังอิ่มอกอิ่มใจกับบรรดาอาม่า ผู้หลักผู้ใหญ่ของชาวเผ่าอี๋ งานนี้ถือว่าได้ใจจากพวกเรา 2 คนไปเต็มๆเลยล่ะครับ

   หลังจากอิ่มท้องแล้ว เราก็ออกเดินทางออกเป็นเวลา 4 ชั่วโมง ก็ได้มาถึงเมืองคุนหมิง ทันทีที่ถึงปุ๊บ พวกเราไม่รีรอที่จะเข้าไปลุยร้านอาหาร ภัตราคารกลางเมืองคุนหมิง ซึ่งชื่อว่า 'ภัตราคารชิงเหยินเหยิน' เขาว่ากันว่าเป็นร้านอาหารที่ขึ้นชื่อของเมืองเมืองนี้ และอาหารที่อยู่ข้างหน้าเราตอนนี้เป็นอาหารที่คนไทยรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี นั่นก็คือ กวางตุ้ง นั่นเอง รสชาตินี่ไม่ต้องพูดถึง บอกได้คำเดียวว่าแซบมากๆ

   เติมพลังกันจนอิ่มท้องเรียบร้อยแล้ว เราก็มุ่งหน้าต่อไปจนมาถึงเขาชีซานที่ว่ากันว่า ถ้าไม่ได้มาที่นี่ แปลว่ามาไม่ถึงเมืองคุนหมิง เป็นวัดที่ต้องมากราบไหว้ขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต ซึ่งกว่าจะได้ขอพรนั้น พวกเราจำเป็นต้องเดินขึ้นบันไดทั้งหมด 300 ขั้น ซึ่งด้านบนสุดจะมีประตูมังกร ว่ากันว่าถ้าเดินลอดประตูมังกรนี้ มันจะช่วยเพิ่มมูลค่าชีวิตของเราขึ้นไปอีกกว่า 100 เท่า

   ขึ้นมาอีกสักพัก เราก็ได้มาเจอกับเทพเจ้าไฉ่ชิงเอี้ย เป็นที่ที่ใครมาแล้วจะมาขอพรให้ตัวเองโชคดีร่ำรวย โดยวิธีการขอพรนั้น จะใช้วิธีการเอามือขวาลูบก้อนสีทองๆตามตัวของเทพเจ้า ไล่ลงมาเรื่อยๆ แล้วล้วงลงไปที่ปากเสือ จากนั้นเอามือของเราออกมาเหมือนกับว่าเราเอามือไปล้วงทองที่อยู่ในปาากเสือมาใส่กระเป๋ากางเกงกลับบ้าน ประมาณนั้น

   เดินมาอีกสักระยะ ทีนี้เป็นคราวของเทพเจ้าหวังหลิงกวน เทพเจ้าที่ทำหน้าที่คอยปกป้องรักษา มารร้ายต่างๆทั้งปวง เอาง่ายๆ คือคอยป้องกันสิ่งที่ไม่ดีที่อาจจะแฝงมากับตัวมนุษย์ที่มองไม่เห็น ให้สะท้อนกระเด็นออกไปไม่ให้เข้ามาบริเวณนี้ เห็นได้จากกระจกที่มีอยู่บนช่วงลิ้นปี่ของตัวเทพเจ้าองค์นี้

   จุดต่อมาเป็นจุดของเทพเจ้าเจิ้นหวู่ต้าตี้ เทพเจ้าในลัทธิเต๋า เทพเจ้าท่านนี้เป็นเทพที่ละทิ้งความเป็นลูกกษัตริย์และเลื่อมใสในศาสนา อุทิศตนให้แก่พระพุทธศาสนา โดยเฉพาะจะถือความซื่อสัตย์เป็นอย่างแรก ใครที่มาไหว้ตรงนี้เชื่อกันว่าจะทำให้อายุยืนยาว

   การเดินขึ้นบันได้กว่า 300 ขั้นของพวกเราในวันนี้ แทบไม่เป็นอุปสรรคเลยแม้แต่นิดเดียว เราเดินคุยกันไปเรื่อยๆตามไหล่เขาพร้อมดื่มด่ำกับความสวยงามของเขาชีซาน ท่ามกลางบรรยากาศที่สุดแสนจะเย็นสบาย เดินผ่านอุโมงค์หินแถมยังมีวิวสวยๆจากทะเลสาปคุนหมิงให้ได้ชมตลอดเส้นทาง ซึ่งเราไม่มีความรู้สึกว่าเหน็ดเหนื่อยเลยในการเดินเท้าขึ้นเขาครั้งนี้ รวมถึงได้รู้เห็นเรื่องราว ความเป็นมาว่า กว่าที่จะมาเป็นเขาชีซานให้เราได้เดินเที่ยวแบบนี้ สถานที่แห่งนี้มีประวัติศาสตร์เรื่องเล่าอะไรมาบ้าง เป็นสิ่งที่พวกเราต้องช่วยกันดูแลรักษาอนุรักษ์งานศิลปะชิ้นนี้ ไว้ให้คนรุ่นหลังคราวลูก คราวหลานได้มาชมความงามของสถานที่แห่งนี้สืบไป



แสดงความคิดเห็น



รายการที่เกี่ยวข้อง

ห้ามพลาด! ลีลามี แนะนำ

ท่องเที่ยว ยอดนิยม