งานวิจัยชี้กินยาปฏิชีวนะมากเสี่ยงมะเร็งลำไส้

01 มิ.ย. 2560     294


 
มีงานวิจัยใหม่พบว่าคนที่กินยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน มีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเกิดติ่งเนื้องอกในลำไส้ และสามารถพัฒนาต่อไปเป็นมะเร็ง
 
งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Gut ของอังกฤษ แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่ายังเป็นผลวิจัยขั้นต้นที่ต้องศึกษาต่อไปอีก และใครที่จำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะ ไม่ควรจะหยุดกินโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน
 
Bowel polyps เป็นเนื้องอกเล็กๆ ที่มีลักษณะเป็นติ่งเนื้อยื่นออกมาจากผนังลำไส้ พบได้ทั่วไปในประชากรอังกฤษ 15-20 เปอร์เซนต์ ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตราย แต่ก็มีบางรายเช่นกันที่เนื้องอกนี้อาจพัฒนาต่อกลายเป็นมะเร็งได้
 
สำหรับงานวิจัยชิ้นนี้ นักวิจัยได้เก็บข้อมูลจากพยาบาล 16,600 คน ในการศึกษาระยะยาวของสหรัฐที่มีชื่อว่า งานวิจัยสุขภาพของพยาบาล พบว่า พยาบาลที่กินยาปฏิชีวนะนานเกิน 2 เดือน ในช่วงอายุตั้งแต่ 20 ถึง 39 ปี มีโอกาสเกิดติ่งเนื้องอกลำไส้ที่เรียกว่า adenomas เมื่ออายุมากขึ้น เมื่อเทียบกับคนที่ไม่กินยาปฏิชีวนะ และถ้าเป็นคนวัย 40-50 ปีที่กินยาปฏิชีวนะนานเกิน 2 เดือน ก็ยิ่งมีความเสี่ยงเกิดติ่งเนื้องอกมากขึ้นไปอีก
 
งานวิจัยนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ยาปฏิชีวนะคือสาเหตุทำให้ติ่งเนื้องอกกลายเป็นมะเร็ง และตัวการสำคัญอาจจะเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ต้องกินยาปฏิชีวนะเข้าไปรักษา ซึ่งเชื้อแบคทีเรียจะทำให้เกิดการอักเสบในลำไส้ และน่าจะเป็นสาเหตุของมะเร็งมากกว่า
 
อย่างไรก็ตาม Dr Sheena Cruickshank ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกันวิทยาของมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ กล่าวว่า ปัจจัยทุกอย่างที่รบกวนแบคทีเรยีในลำไส้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนอาหารการกิน การอักเสบ ยาปฏิชีวนะ ล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ยากที่จะตัดปัจจัยอย่างใดอย่างหนึ่งทิ้ง ยังต้องศึกษาต่อไปให้ลึกซึ้งว่าอะไรกันแน่คือสาเหตุ และไม่แนะนำให้หยุดยาปฏิชีวนะเอง เพราะเสี่ยงทำให้เชื้อดื้อยา


แสดงความคิดเห็น



รายการที่เกี่ยวข้อง

ห้ามพลาด! World Wide Weekend แนะนำ

ข่าว ยอดนิยม